« »

เพลงที่ฮัมเมื่อคืน

by nuch

“ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา ย่อมจะมีเวลาที่ต้องพบเจอกับความสับสน และเหนื่อยล้า เหนื่อยกับการทุ่มเทให้กับใครหรืออะไรสักอย่างที่เรารัก แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมา มีเพียงความว่างเปล่า บางคนบอกว่า บางทีการให้ไม่จำเป็นต้องหวังสิ่งตอบแทน แต่ผมกลับคิดว่า ผมยังเป็นมนุษย์ปุถุชน ยังมีกิเลส ยังอยู่ในโลกของวัตถุนิยม ฉะนั้น บางที พอทุ่มเทให้ไป มันก็เลยต้องมีการคาดหวังกับสิ่งที่จะได้รับกลับคืนมาบ้าง อย่างน้อยมันก็ทำให้สิ่งที่ผมทำ มันจะได้ไม่ดูไร้ค่าเกินไป

ผมเกิดไปตกหลุมรักกับคนคนนึงเข้า ความจริงเรารู้จักกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนที่ผมจะมาเป็นนักแต่งเพลงซะอีก แต่พอผมได้ไปทำงานที่คีตา ก็เลยห่างๆกันไป จนมาคบกันสนิทอีกทีก็ตอนตกงานนี่แหละ เราก็เลยมีเวลาอยู่ด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แล้วพอมันบ่อยขึ้น จากที่เคยรู้สึกชอบเฉยๆ ก็กลายเป็นเริ่มจะรัก เขาก็รับรู้ถึงความรู้สึกอันนี้ของผม แต่ก็ยังยืนยันที่จะเป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น ผมยอมรับว่า ผมทุ่มเทให้กับคนคนนี้มาก เทคแคร์จนสุดชีวิต และที่ทำไปผมก็หวัง หวังว่าจะมีสักครั้งที่เขาจะหันมามองและยอมรับในความเป็นมากกว่าเพื่อน สักนิดก็ยังดี 

ช่วงเวลาที่เราคบกันไปในแบบที่ผมรักเขาข้างเดียว ผมก็เริ่มที่จะมีเพลงที่แต่งให้ XL STEP บ้างแล้ว อย่าง แค่หนึ่งคืน , เคยรักฉันบ้างไหม ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากความรู้สึกสับสน คาดหวัง และน้อยใจ จนกระทั่งมีอยู่คืนหนึ่ง ที่ผมไปสารภาพรักกับเขา และไปถามใจถามความรู้สึกของเขาอีกครั้ง คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คือเขาไม่เคยรักและไม่อาจที่จะให้ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนกับผมได้ ผมไม่โกรธไม่โทษเขา เพราะรู้ว่าเราไม่อาจจะไปบังคับใจใครได้ 

แต่คำตอบของเขาก็ทำให้ผมรู้สึกสิ้นหวัง คำพูดหลายๆคำมันอัดอั้นอยู่ในใจ ผมคงบอกเขาไม่ได้และไม่อาจจะไประบายให้ใครฟัง เพราะมันก็ดึกมากแล้ว เพื่อนๆผมคงจะหลับสนิทกันไปแล้ว รวมทั้งเขาด้วย สิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้ คือการระบายมันออกมาเป็นเพลง 

ในคืนนั้น…ผมจึงลงมือนั่งทำเพลงช้าขึ้นมาเพลงนึง แล้วการที่ต้องอยู่คนเดียว ในช่วงเวลาที่ความแข็งแกร่งในจิตใจ มันเสื่อมถอย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผม จึงมารวมตัวกันอยู่ในสมองและความรู้สึก กลายเป็นความฟุ้งซ่าน ผมท้อแท้กับการทำงาน XL STEP ที่ไม่รู้อนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ผมสับสนกับชีวิตที่ลอยไปลอยมา ไม่มีค่ายอยู่ ผมเบื่อกับการเที่ยวกลางคืน ที่นับวันก็มีแต่จะทำให้เงินเก็บของผมมันร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ และที่ทำให้ผมเหนื่อยใจที่สุด คือการทุ่มเทความรักให้กับคนคนนั้น แต่ไม่ได้รับความรักกลับคืนมาแม้เพียงเศษเสี้ยว 

ผมใช้อารมณ์และความรู้สึกต่างๆเหล่านั้น บรรจงเล่นคีย์บอร์ด ฮัมเพลงออกมาเป็นตัวโน๊ต และใส่เนื้อเพลงลงไป จากท่อนแรกไปจนถึงท่อนสุดท้าย มันถูกร้อยเรียงออกมาเป็นประโยคๆอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองโดยมันสมองแต่ออกมาจากใจ ทำไปน้ำตาไหลไปจนจบออกมาเป็นเพลงหนึ่งเพลง ผมไม่ต้องเสียเวลากับการตั้งชื่อเพลงเลย เพราะคำว่า “เหนื่อยใจ” สั้นๆแต่ได้ใจความ มันคือชื่อที่หลุดออกมาจากความรู้สึกแท้ๆของผม และเรื่องราวในเพลงก็เหมาะสมที่สุดแล้วกับชื่อนี้…”

ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary….

เมื่อคืน คุยโทรศัพท์กับกลมส้ม แล้วเราก็มีร้องเพลงในท่อนที่ว่า “เหนื่อยใจ เหมือนใกล้จะหมดแรง ทุ่มเทไปทุกอย่าง…” กลมส้มถามว่าเพลงอะไร..  เราเองก็จำชื่อเพลงไม่ได้ จำเนื้อเพลงเต็มๆ ไม่ได้ จำได้แค่ว่าเป็นเพลงที่ได้ยินสมัยเรียนป.ตรี ในช่วงที่มีป้าง มี smile buffalo …  แต่ก็บอกไปว่า เดี๋ยวจะลอง search ดู แล้วเดี๋ยวเอาขึ้น blog ให้..

แล้วเราก็ไปเจอ blog หนึ่งที่ให้เนื้อเพลงพร้อมที่มาของเพลงนี้…
เข้าใจล่ะว่า.. ทำไมเมื่อคืนอยู่ๆ เราก็ฮัมเพลงนี้…  
ก็เ อามาลงให้แล้วตามที่คุยกันไว้นะ…
แอบอิจฉาคุณเชษฐา คนแต่งเพลงหน่อยๆ ว่า อย่างน้อยเขาก็ยังได้ยินจากปากของอีกฝ่ายว่า เขาเป็นเพื่อน… (แต่กรณีเรา เขาไม่คิดแม้แต่จะเป็นเพื่อน หรือคนรู้จักเลยด้วยซ้ำ.. เสมือนนั่งร้านที่ถูกใช้งานและหมดประโยชน์ ก็โดนโยนทิ้ง)

Tags:

One Response to “เพลงที่ฮัมเมื่อคืน”

  1. วันดี Says:

    สวัสดีค่ะ แวะมาอ่านและทักทาย..

    ส่วนหนึ่งที่หยกไม่นิยมฟังเพลงเศร้า เพราะมันเหมือนหมุดที่ช่วยตอกให้เราจมลงไปในหลุมมืดๆ (ฟังแล้วหมดแรงไปกว่าเดิม) บางทีเรื่องบางเรื่องที่ไม่หนักหนา พอได้เพลงมาช่วยประกอบเข้าไป ก็ยิ่งทำให้หนักอึ้งไปมากกว่าเดิมหลายเท่า เรื่องต่างๆ บางทีถ้าเรานั่งมองดูด้วยข้อเท็จจริง ไม่ปรุง ไม่เจือ ไม่ลอยหรือจมลงไปในเรื่องนั้นๆ เราก็จะเห็นว่าประเด็นของเรื่องมีอยู่แค่ไหน คำว่า “ทุกข์เพราะคิดผิด” หยกค่อนข้างเห็นด้วยนะ กิเลสสำหรับคนธรรมดาก็คงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเรามักเผลอตามใจกิเลสโดยไม่ผ่านการรู้ ตัวกิเลสก็จะหาข้ออ้างให้ชีวิตเราตกต่ำลงได้เรื่อยไป

    เรื่องเพื่อนเนี่ย หยกว่าตราบที่เรานับใครเป็นเพื่อนของเรา เขาก็จะเป็นเพื่อนของเราอยู่ร่ำไป และไม่ว่าเราจะได้ทำอะไรไปให้เขามากหรือน้อยกว่าที่สมควร มันก็เป็นเรื่องที่ดี ที่เราได้ทำให้เพื่อนคนหนึ่งไป การกระทำของเพื่อนบางคนอาจจะไม่ถูกใจเรา แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่นับเราเป็นเพื่อน นุชว่าจริงไหม?

    ปล. อย่างหยกเนี่ย ไม่รู้ใครที่ไหน อยู่ๆ ก็มาแสดงความเห็น มาตอบโน่นนี่ หยกก็ไม่รู้ว่าจะเรียกตัวเองว่าเพื่อน คนรู้จัก คนไม่รู้จัก หรืออะไรของนุช หยกคิดว่าคำจำกัดความอาจจะไม่สำคัญหรอก แต่เรารู้ว่้าเราทำอะไรอยู่ก็เพียงพอแล้ว :)

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: