« »

หากความบังเอิญ คือโชคชะตา

by nuch

อยู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องในอดีต…  สมัยที่น้องชายยังอยู่กับเราที่ซานฟราน…

เคยดูหนังเรื่อง Serendipity กันหรือเปล่า?  ที่เขาเล่นกับโชคชะตาที่ว่า ผู้หญิงให้ผู้ชายเขียนเบอร์โทรของเขาลงแบงก์ 5 ดอลลาร์ และผู้หญิงก็เขียนเบอร์โทรศัพท์ของเธอที่หน้าในของหนังสือ..  จากนั้นก็เอาแบงก์ 5 ดอลลาร์นั้นไปซื้อของ ส่วนหนังสือก็เอาไปขายที่ร้านหนังสือมือสอง  ถ้าแบงก์ 5 ดอลลาร์นั้นบังเอิญย้อนกลับมาถึงมือผู้หญิง หรือ ถ้าหนังสือเล่มนั้นบังเอิญ ย้อนกลับมาอยู่ในมือของผู้ชาย ก็แสดงว่า เขาทั้งคู่มีชะตาต้องกัน และจะคบหากันต่อ…

.. ตอนนั้นซิทคอม บางรักซอย 9 ก็เอามุขนี้มาเล่นด้วย  และในช่วงเดียวกันนั้น ..  น้องเราก็เล่นมุขนี้กับเรา…

วันนั้นเราไปเฮอากับกลุ่มเพื่อน แล้วพอตกเย็นก็กินข้าวด้วยกัน…  น้องเราขอจ่ายด้วยบัตรเครดิต ที่เหลือก็เลยต้องจ่ายเงินสดที่น้องเรา…  และตอนนั้น.. ก็มีคนหนึ่งเขาจ่ายแบงก์ 5 ดอลลาร์ ที่มีรอยปากกาเมจิกสีม่วง เขียบนแบงก์นั้นด้วย..  น้องเราก็ชี้ให้ดู แล้วก็บอกเราว่า เดี๋ยวเขาจะทอนเงินให้คนในกลุ่มด้วยแบงก์ 5 ดอลลาร์นี้  ถ้าแบงก์นี้วนกลับมาหาเราอีก แสดงว่าคนนั้นกับเรามีชะตาต้องกัน..  เราก็ว่าบ้าแล้ว ไม่มีทางอ่ะ.. (แม้ในใจจะแอบหวังหน่อยๆ)

หลังจากนั้น ไม่กี่วัน..  เราก็มีไปกินข้าวกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง เราก็ลากน้องเราไปด้วย .. แล้วพอถึงตอนจ่ายเงิน.  พอดีว่าร้านนี้ไม่รับบัตร รับแต่เงินสด..  และเราไม่มีแบงก์ย่อย ก็เลยจ่า่ยแบงก์ใหญ่ แล้วก็ได้รับเงินทอนซึ่งมีแบงก์ 5 ดอลลาร์ด้วย..  แล้วแบงก์นั้นก็มีอักษรสีม่วงเหมือนที่น้องเราเล่นไว้วันนั้นเลย… 

น้องเราก็ตาไว สังเกตเห็นก็พูดว่า นี่ไง กลับมาแล้ว..   แต่เราตอบไปว่า ไม่ใช่หรอก อักษรคนละตัวกัน..  (แบบว่า เขินอ่ะ.. เลยเฉไฉไปก่อน).. :whistle:

แปลกดีที่อยู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องนี้… ทั้งๆ ที่มันควรจะจบ และลืมๆ มันไปได้แล้ว.. 

เขาว่ากันว่า ถ้าบังเอิญ เรื่องเรื่องหนึ่ง หรือกับใครคนหนึ่งหลายๆ ครั้ง แสดงว่า มันคือโชคชะตา..

หากเป็นเช่นนั้น…  เราก็ขอท้ากับโชคชะตาดูแล้วกัน
โลกนี้ออกจะกว้างใหญ่ จะมีเรื่องบังเอิญกับคนเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ ก็ให้มันรู้ไป

8 Responses to “หากความบังเอิญ คือโชคชะตา”

  1. วันดี Says:

    “อัีนความบังเอิญนั้นไม่มี” ไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาและความบังเอิญเลยล่ะ – -‘ แต่เชื่อเรื่องบุญและกรรม เรื่องความรักแบบหนุ่มสาว ไม่ว่าจะโหมดโรแมนติกแบบฝรั่ง หรือเข้าสู่เรื่องพรหมลิขิตแบบพราหมณ์ หยกก็ไม่ค่อยอินนะ แต่หยกคิดว่าถ้าการที่เราได้มีโอกาสวนเวียนกับเรื่องเดิมๆ (หรือคนเดิมๆ) แบบนี้ บางทีไม่ใช่เรื่องดี แต่เป็นเรื่องวิบากกรรมที่เราอาจจะต้องเสวยซ้ำๆ – -‘ เรื่องคู่เนี่ย มีหลายแบบนะคะ คู่บุญ คู่เวร คู่กรรม ใช่ว่ามีคู่แล้วจะดีแต่ฝ่ายเดียว (หยกค่อนข้่างเชื่อว่าเป็นเวรกรรมด้วยซ้ำ ความผูกพันอันนำมาซึ่งความพลัดพรากเนี่ย) เชื่อเรื่องกรรมเก่า แม้ชาตินี้จะไม่ได้ทำอะไรร่วมกันโดยเจตนา เชื่อเรื่องชาติก่อน ว่าอาจจะมีเหตุพบปะผูกพัน (อาจจะผูกพันในรูปแบบมนุษย์หรือไม่อันนี้ไม่รู้ได้ – -‘) .. เริ่มยาวแฮะ จะว่าไปก็เป็นความเชื่อล้วนๆ เลย อิอิอิ

    ละจากเรื่องความเชื่อ คือเรื่องที่พิสูจน์ได้.. สำหรับตัวเองคิดว่า เรื่องรักๆ นี่ ในชาตินี้ทำเหตุที่เป็นกุศลไว้ไม่เสียหลาย ทั้งเป็นกุศลกับผู้อื่นและตัวเอง แล้วก็ไม่ไปสำคัญมั่นหมายกับเรื่องนี้ให้้มาก (ยึดมาก ทุกข์มาก ทำไปทำไม ไม่ใช่นางเอกมิวสิก – -) อันนี้ทำแล้วเห็นกันตำๆ ตา ไม่ต้องไปโยงถึงเรื่องชาติไหนๆ เรื่องชาติภพถ้าลัดให้สั้น หยกว่าก็เหมือนการเกิดดับของจิตเราที่ไม่เคยหยุดนิ่งในแต่ละขณะ.. ณ ขณะหนึ่งที่เราคิดพูดทำอะไร ผลก็ได้ส่งออกมาเป็นสิ่งเหล่านั้นอยู่ในตัว หยกเคยมีแฟน แต่ตอนนี้ไม่มี เรื่องไหนที่เราไม่พอใจกับตัวเขา ถ้าอโหสิได้ก็ทำ ถ้าไม่ได้ ก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรทวงคืนกันต่อไป .. บรึ๋ย! แต่อย่างว่า เรื่องแบบนี้คงเป็นเรื่องทางใจ เราบังคับสั่งการไม่ได้ ถ้าใจเราไม่อโหสิ มันก็ไม่ปลอดโปร่ง ก็รับกรรมกันไปตามสมควร บางทีปัญญาก็ต้องผ่านการบ่มเพาะ แต่ละคนก็ต้องบ่มเพาะด้วยตัวเอง บุญกรรมทำแทนกันไม่ได้

    หยกว่าคนมีคู่ คิดพูดทำสิ่งที่ดีๆ ต่อกันไว้สม่ำเสมอ (ที่เขาเรียกว่าทำบุญร่วมกันมาหลายชาติ) ก็น่าจะช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักเป็นความรักในเชิงดีนะคะ

  2. nuch Says:

    อืม… เราก็เคยคิดว่าเป็นเรื่องกรรมนะ…

    แต่ไม่ว่าจะทำดีสักเท่าไร ก็เหมือนใช้กรรมไม่หมดสักที.. สงสัยคงทำกับเขาไว้เยอะ…
    ก็ทำไรมากไม่ได้ เราไม่เชื่อเรื่องตัดกรรม
    และไม่เชื่อเรื่องทำดีจะล้างบาปได้…

    คนเราทำกรรมอะไรไว้ ก็ต้องชดใช้ แต่จะต้องผ่อนใช้หรือโดนกระหน่ำวูบเดียว ก็ขึ้นอยู่กับความดีที่ทำ…
    อันนี้คือความเชื่อในเรื่องกรรมนะ…

    แต่ความเชื่อส่วนตัว ในเรื่องการประพฤติกับบุคคล… เราหมดความเชื่อมั่นว่าคนเราจะมีสำนึกกันได้แล้วล่ะ.. ทำไรไม่ได้ ได้แต่ปลงเท่านั้น… xD

  3. วันดี Says:

    ฟังดูรันทดจัง T^T

    ทำดีก็ดีที่ตอนทำนี่นา ผลของการกระทำ(ดี)นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าในขณะที่เราทำดี เราไม่รู้สึกดี อันนี้อาจจะไม่ใช่การทำดี(หรือเปล่า) ส่วนใหญ่ที่เห็นจากตัวเอง ถ้าเราทำดีไปเพื่อจะหวังว่าการทำดีนี้จะเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ก็จะไม่ปลอดโปร่ง เพราะมีการคาดหวังไปที่ผลในอนาคต ไม่เหมือนการทำดีที่จะรู้สึกอิ่มใจในปัจจุบัน

    หยกก็ไม่เชื่อเรื่องตัดกรรม แต่เชื่อเรื่องเกลือในน้ำ น้ำมากกับน้ำน้อย ความเค็มก็ต่างกัน หยกเดาเอาว่าหลายๆ คนไปมุ่งเน้่นที่เรื่องการตัดกรรมไปให้หมดสิ้น ก็เลยไปโฟกัสที่ “ผล” ซะมาก เช่นทำอย่างไรเราถึงจะหลุดจากบ่วงของกรรมได้ ก็พยายามทำให้หลุด พอทำอะไรไปแล้วได้ผลกลับมาเหมือนไม่เกิดอะไรเลย ก็ท้อหมดกำลังใจ การไปคาดหวังไว้ที่ผล ทำให้เราลืมไปว่า จริงๆ การกระทำใดๆ ก็ตาม สิ่งที่ได้คือภายในของเราในขณะที่ทำนั้น หากทำไปด้วยความซื่อตรงบริสุทธิ์ เราก็สบายใจตั้งแต่วินาทีที่เราทำอยู่ ซึ่งเรื่องนี้หยกว่ามันง่าย และไม่ต้องคาบเกี่ยวไปไกลถึงอดีต อนาคต นรก หรือสวรรค์ รู้่สึกว่ามันอยู่ต่อหน้าต่อตาเราตรงนั้นเลย

    เรื่องการสำนึกของคน.. อืมม.. หยกว่ามันเป็นความน่าสงสารอย่างหนึ่งของคนคนนั้น (รวมตัวเราเองเข้าไปด้วย บางทีเราก็ไม่รู้ตัว ๕๕) ถ้าคนแต่ละคนไม่รู้ตัวเอง วิถีทางที่จะทำให้รู้ก็คงมี แต่หยกไม่สนับสนุนการไปทำอะไรให้ใครสำนึก และไม่คิดว่าควรทำด้วย คนเราแต่ละคนต้องดูแลตัวเอง ดูแลตัวเองปึ้กแล้วจะไปดูแลคนอื่นค่อยว่ากันอีกที แต่การจะไปเปลี่ยนหรือไปคาดคนอื่นว่าจะเป็นแบบที่เราเห็นว่าดีนั้น เราทำไม่ได้ คงคล้ายๆ อย่างที่นุชบอก คือปลง (แต่ใจจริงหยกว่าไม่ต้องปลงอะไรมากนะ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เราควรเอาตัวไปยุ่งเกี่ยวตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว)

    บางคนอาจเห็นว่าพระพุทธเจ้าท่านให้หลักให้คนเราเห็นแก่ตัว ที่มุ่งเน้นตัวเองเป็นอันดับแรก อย่างที่มีประโยคว่าไว้ “ความรักเสมอด้วยตนนั้นไม่มี” เรื่องนี้หยกว่า อันที่จริงแล้วพระองค์ทรงสั่งสอนให้เกิดการพัฒนาแบบที่ไม่เป็นทุกข์ คือมุ่งพัฒนาตนเองไป (จะมีใครพัฒนาตัวเราได้ดีกว่าเราอีกล่ะ พ่อแม่ครูอาจารย์พูดเป็นล้านครั้ง ถ้าใจเราไม่น้อม การพัฒนาก็ไม่เกิด) ในขณะเดียวกันผู้ที่เข้าใจประโยคนี้จะรู้ว่า นอกจากตัวเราแล้ว คนอื่นๆ ก็มีความรักตัวเองเป็นเบื้องแรกเหมือนกัน เราก็ไม่ควรไปเบียดเบียนเขาด้วย การคิดแบบนี้จะทำให้สังคมโดยรวมเกิดหลักอย่างง่ายและเกิดความสงบ

  4. nuch Says:

    เห็นด้วยนะว่า ทำดีน่ะ รู้สึกดีตอนที่ทำ…
    แต่ว่า รู้สึกแย่ตอนที่ถูกกระทำร้ายๆ ตอบกลับน่ะ…
    มันเหมือนกับว่า … ตอนทำดีเราไม่คิดหรอกว่า เราจะทำเพราะเราหวังผลอะไรจากเขา.. แต่พอเขากระทำตัวแย่ๆ กลับมา… แวบหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า.. ไอ้ที่เราทำๆ ที่ผ่านมา มันเหมือนกับเป็นอะไรที่ไร้ค่ามากๆ เขาถึงไม่สนใจว่า เขาจะสร้างความทุกข์ให้กับเรามากแค่ไหน…

    ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกทำดีหรอกนะ…
    เพียงแต่ว่า.. เราคงต้องใช้สติมากกว่านี้น่ะ..

  5. Noopook Says:

    หากเธอคนนั้นได้ออกไปเชิญธงชาติขึ้นพร้อมกับเรา นี่คือโชคชะตา!!!
    หากเธอคนนั้นใช้สมุดโน๊ตสีเดียวกับเรา นี่คือโชคชะตา!!! (สมุดโน๊ตเด็กประถมมันจะมีกี่สีกันเชียว 5555)

    (แก่แดดแต่เด็กเลยเรา เอาแต่คิดฟุ้งซ่าน ยังดีเรียนผ่านมาได้ เป็นจนแก่ป่านนี้ก็ยังเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่นะ)

    คิดเรื่องแบบนี้แล้วบางทีก็อดยิ้มไม่ได้แฮะ (ท่าจะบ้าแฮะเรา)

  6. nuch Says:

    หากเธอคนนั้นเป็นคนไทยเหมือนเรา นั่นคือโชคชะตา…
    หากเธอคนนั้นเป็นเพศเดียวกับเรา นั่นคือโชคชะตา… :whistle:

  7. Noopook Says:

    อยากได้หญิงไทยเป็นคู่เหรอนุช???? หรือเพศเดียวกันที่นุชพูดถึงนี่เนี่ย

    (ส่งข้อความผ่านเอ็มแล้วมันไม่ยักกะไปแฮะ)

  8. nuch Says:

    แซวเล่นตามประสาสาววายน่ะ
    :evil:

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: