« »

Meeting with Da Vinci

by nuch

เมื่อวานลง San Jose เพื่อไปเจอ Leonardo Da Vinci

งาน Exhibits นี้สั่งตรงมาจากอิตาลี…  จัดที่ The Tech Museum ที่ San Jose ..
Museum นี้เราเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ไปกับเพื่อนๆ ที่นี่เพื่อจะไปดูงาน Bodyworlds แต่ตอนนั้นไม่ได้มาเขียนเล่าให้ฟังในนี้ เนื่องจากว่า เคยส่งภาพงานบางส่วนให้เพื่อนดู แล้วมันโหดร้ายเกินไป…

ครั้งนั้นที่ไป The Tech Museum ไปโดยเช่ารถขับลงไปกัน.. แต่ครั้งนี้ เนื่องจากชวนใครไม่ติด…  อีกอย่างคือ เราเป็นพวกที่ชอบพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะเรื่องของ Da Vinci ซึ่งเราเชื่อแน่ๆ ว่าเราคงอยู่ที่นั่นนานกว่าใครๆ และคงไม่มีใครทนรอเราได้แน่ๆ
ครั้งนี้ก็เลยลุยเดี่ยว..  ขับรถเองไม่ได้ไม่เป็นไร ขึ้นรถไฟต่อรถเมล์ ลุยเดี่ยวเลย…  (เป็นสิ่งที่ทำได้ที่นี่เท่านั้น ก่อนที่เราจะโดนเข้ากรง)
ไปถึงที่นั่นราวๆ 11 โมงเช้า..  ก่อนขึ้นรถไฟก็ซื้อแซนด์วิช subway ขนาดมินิ กับน้ำขวดหนึ่งไปด้วย กินตอนอยู่บนรถไฟ..  กะว่าจะได้ไม่ต้องออกจากพิพิธภัณฑ์เพื่อมาหาข้าวกิน

ไปถึงที่พิพิธภัณฑ์ สิ่งที่เห็นสิ่งแรกคือ กลุ่มเด็กๆ…  มาทัศนศึกษากันหรือไงเนี่ย.. ยั้วเยี้ยวุ่นวายกันเต็มไปหมด
-__-‘

แต่โชคดีที่เด็กๆ ไม่ได้เข้าไปชมในส่วนของ Da Vinci ที่เป็นงานใหญ่..

อ้อ..​ งานนี้เรายอมจ่ายเพิ่มอีก $4 เพื่อจะชมภาพยนตร์ Imax เรื่อง Adrenaline Rush : The Science of Risk ด้วย
เป็นสารคดีว่าด้วยเรื่องของการเล่นกีฬาที่เสี่ยงกับความเสี่ยงสูง เช่น กระโดดร่ม, กระโดดหน้าผา…
ภาพหนังสะใจมาก เพราะฉายบน Imax ที่มีจอที่สูงขนาดตึก 8 ชั้น และเก้าอี้แต่ละชั้นก็ชันมากๆ  เรียกว่า นั่งไปนี่ เท้าแทบจะเหยียบหัวคนที่นั่งข้างล่างเราเลย ทำให้เห็นภาพได้เต็มๆ สะใจ บางทีก็ต้องเงยดูด้วย
Hilight ของสารคดีชุดนี้ สำหรับเราคือ..  มีการทดสอบ parachute ที่อยู่ในสมุดบันทึกของ Leonardo Da Vinci (the Codex) ด้วย…

ใครที่เคยศึกษาเรื่องราวของ Da Vinci น่าจะรู้ว่า เขาเคยมีความพยายามที่จะทำให้มนุษย์บินได้  แต่ไม่มีบันทึกว่ามีสิ่งประดิษฐ์ไหนที่ได้ทำการทดลองแล้ว และหรืออันไหนที่ทำสำเร็จ…

ดู Adrenaline Rush แล้ว อยากเล่นกับความเสี่ยงอย่างนั้นบ้างจัง..  แต่คงเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าเราะจะมีร่างกายที่แข็งแรงพอ แต่ก็คงไม่มีใครยอมปล่อยให้เราไปเล่นอย่างนั้นแน่ๆ…   อยากสัมผัสอีกจัง ความรู้สึกที่เราเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว โดยมีลมปะทะหน้า…

ในส่วนของ Da Vinci Exhibition …  เขาจะแยกส่วนที่เป็น Gallery ออกมาต่างหาก และคุมเข้มมากๆ..  เพราะมีงานภาพวาดสีน้ำมันของแท้จากอิตาลีมาจัดแสดงเลย…  แต่เหมือนจะไม่ใช่ภาพที่วาดโดย Da Vinci นะ… เป็นภาพโดยลูกศิษย์บ้าง  แต่ฝีแปรงที่ลงบนแผ่นไม้นี่ สุดยอดมากๆ..  เรียกว่า เคยเห็นภาพเหล่านี้มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นสื่อไหนจะเก็บรายละเอียดความงามของภาพได้สมบูรณ์เลย…  งานศิลปะบางงานนี่ ต้องไปดูของจริง ถึงจะซึ้งสินะ…

ในส่วนที่เป็นห้องหลักของงานนี้ จะจัดแสดงเครื่องไม้เครื่องมือ เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในยุค Renaissance และแน่นอนว่า เกินกว่าครึ่งนั้นเป็นผลงานของ Da Vinci…

เดินชมงานไปก็อึ้งกับความคิดของเขา…   หลายอย่างที่ยังไม่ถูกทำขึ้นในยุคนั้น แต่ก็มีอยู่ในบันทึกของ Da Vinci ..  อ้อมีการนำสมุดบันทึกของเขามาแสดงด้วย..  เยอะมากๆ  จดไว้หลายเล่ม หลายขนาด หลายรูปแบบ..  และที่สำคัญคือ  สิ่งที่เห็นนี้เป็นเพียงไม่ถึง 3% ของบันทึกที่ Da Vinci จดไว้..    เขาบอกว่า บันทึกของ Da Vinci สูญหายไปหลายเล่ม  ที่หากันเจอนี่ มีไม่ถึง 3%  และที่นำมาแสดงนี้คือ ส่วนของที่พิพิธภัณฑ์ที่อิตาลีมีครอบครองหรือไงเนี่ย…   ส่วนเล่มที่ Bill Gate ครอบครองไว้นั้น ไม่ได้นำมาแสดงด้วย…
เห็นแล้วก็อึ้งกับการจดบันทึกของเขา..  และความคิดที่พุ่งออกมามากมาย จนมีบันทึกล้นหลาม

ดูงานของ Da Vinci ไปก็ทั้งอึ้ง ทั้งทึ่ง และสงสัยว่า มนุษย์เรายุคปัจจุบันนี้มีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่าคนยุคก่อนหรือเปล่านะ?  หลายอย่างที่อยู่ในบันทึกของ Da Vinci มันคือสิ่งที่เรายังใช้อยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่เปลี่ยนแปลงในเรื่องของวัสดุไป  เช่น ตลับลูกปืน ที่ใช้ลดแรงเสียดทาน, ระบบ Shock Absorber, ระบบท่อน้ำชลประทาน, เครื่องมือผ่อนแรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟือง รอก คาน,….

นอกจากเรื่องของสิ่งประดิษฐ์แล้ว ยังมีศาสตร์อื่นๆ อีกที่เป็นรากฐานความรู้ในปัจจุบัน..  อย่างเช่นเรื่องของกายวิภาค ระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์  สัดส่วนมนุษย์ เรื่องของเรขาคณิต รูปทรง รูปฟอร์มต่างๆ กับค่าคณิตศาตร์ เรื่องของเคมี สสาร และธาตุต่างๆ  อ้อ  เรื่อง Facial Expression ก็มีอยู่ในบันทึกของ Da Vinci ด้วยนะ..

ดูงานนี้แล้ว..​ ก็อดคิดไม่ได้ว่า สมัยก่อนน่ะ ไม่มีการแยกศาสตร์หรอกว่า อันนั้นหรือ Art อันไหนคือ engineer สมัยนั้นศาสตร์ก็คือความรู้ (Knowledge)

นิยามของคำว่า Art ของยุคนี้มันเปลี่ยนไปแฮะ…  ความรู้กลายเป็นแบ่ง 2 สายว่าเป็นศิลปะ หรือเป็นวิทยาศาสตร์​…  ทั้งๆ ที่ ทั้ง 2 อย่างนี้มันควรจะไปด้วยกัน เพราะเดิมทีมันก็คืออันเดียวกันอยู่แล้วแท้ๆ  เฮ้อ…

ระหว่างเดินงานอยู่ ท้องก็หิวอีกรอบ…  การใช้สมองนี่มันก็ใช้พลังงานเยอะใช่เล่นแฮะ…  ก็เห็นมีซุ้มขายอาหารในงาน ก็เลยลองเข้าไปหาอะไรกินดู  แต่ว่านะ.. อาหารในนั้นโคตรแพงเลย…   ก็ทำใจไว้แล้วว่ามันต้องแพง เหมือนป็อปคอร์นหน้าโรงหนัง..  เรียกว่ากะฟันราคากัน..  เห็นราคาแซนด์วิช กับ panini อย่างแพง… จานละ $10 ทำใจลำบาก…  พอดีเห็น seafood risotto $14 ก็เห็นว่าราคาใกล้ๆ กับร้านอาหารอิตาลีทั่วไป…  ก็เอาวุ้ย แพงกว่าอย่างอื่น แต่ถ้าเทียบกันแล้วราคามันไม่แพงกว่าข้างนอกเท่าไร..  ก็เลยสั่งจานนี้ไป..  แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆ…  อร่อยมากๆๆๆๆ   ให้กุ้งกับหอยเชลล์ตัวโตมากๆๆๆ แถมทำได้สุกกำลังดี เนื้อกำลังหวานอร่อย ไม่เหนียวเลย…  กินไปก็จ้องมองภาพกับงานของ Da Vinci บริเวณรอบๆ ไป…  รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจมาที่นี่… แม้ว่าระหว่างที่เดินชมงาน เราจะมีอาการเจ็บหน้าอกกำเริบเล็กน้อย แต่ก็ไม่เสียใจที่ออกมาเจอ Da Vinci

ดีใจจังที่ได้มางานนี้…  เฮ้อ… เมื่อไรที่ไทยจะมี Exhibits ดีๆ ไปจัดแสดงกันนะ…  แต่ก็นะ.. เราก็ไม่ค่อยเจอใครที่ไทย ที่ชอบเดินชอบงานนิทรรศการ หรือชอบเข้าพิพิธภัณฑ์เสียเท่าไรด้วย…  ถ้ามาจัดก็คงยากที่จะไม่ขาดทุน….  เฮ้อ…

Tags: ,

2 Responses to “Meeting with Da Vinci”

  1. nuch Says:

    :D เพิ่งเห็นเลขที่ entry แสนสวย… เล่นโจรแขนเดียวคงได้เงินล้นหลามแล้วนะเนี่ย ^_^

  2. Rza Says:

    เมืองไทยมีmuseumดีๆกะเค้าซะที่ไหนกัน ไอ้อันดีๆก็ไปอยู่นู่นน ชานเมือง แล้วใครจะอยากไปดู เฮ้ออออ :bandit:

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: