« »

หนังสือต้องห้าม : ความรู้ที่ถูกจองจำ

by nuch

หนังสือต้องห้าม

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=611

 

2-3 สัปดาห์ก่อน ได้มีโอกาสไปแวะเวียนร้านหนังสือนายอินทร์สาขาซานฟรานซิสโก  และก็เป็นเหมือนนิสัยติดตัวที่ว่า ถ้าเข้าร้านหนังสือแล้ว จะต้องมีหนังสือ หรือ นิตยสารติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ…   แม้ว่าร้านหน้งสือนายอินทร์จะไม่ค่อยมีหนังสือที่เข้ามาใหม่ ณ วันนั้น  แต่เผอิญสายตาเราไปจ๊ะเอ๋กับนิตยสารสารคดี ฉบับที่ 260 หน้าปก “หน้งสือต้องห้าม”

ปกติเราเองเป้นคนที่อ่านหนังสือเร็วอยู่แล้ว โดยเฉพาะหนังสือภาษาไทย..  ยิ่งถ้าเป็นหนังสือที่เราอ่านสนุกและติดด้วยจะอ่านได้เร็วมาก…  (เคยอ่านเจาะเวลาหาจิ๋นซีจบภายใน 2 ชั่วโมงต่อเล่ม)

…แต่…

กับบทความ “หนังสือต้องห้าม” เรากลับใช้เวลาอ่านจบเกิน 2 อาทิตย์… ไม่ใช่เพราะว่าบทความน่าเบื่อหรืออะไรเลย  เนื้อหาน่าสนใจอย่างมาก.. แต่ สาระที่อยู่ในบทความมันมีเยอะมาก ชนิดว่าอ่านจบแค่ย่อหน้าหนึ่งต้องใช้เวลาย่อย ใช้เวลาคิดนานมากๆ 

พูดถึงหนังสือต้องห้าม…  หลายคนมักจะนึกถึงหนังสือโป๊…. แต่.. เรากลับนึกถึงหนังสือปรัชญา แนวคิด หรือลัทธิต่างๆ

…..

สมัยม.ต้น… เคยไปค้นหนังสือที่ชั้นหนังสือของพ่อ และเจอหนังสือเล่มหนึ่งปกสีดำ เขียนชื่อหนังสือด้วยอักษรสีแดงว่า “สมุดปกดำ” และมีตัวอักษรกำกับข้างล่างว่า “ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีอ่าน” … ตอนนั้นยับยั้งชั่งใจอยู่นานมาก  อยากเปิดอ่าน แต่คำเตือนหน้าปกก็เหมือนคำอาญาสิทธิ์ สองจิตสองใจ ลังเล หยิบขึ้นมา จะเปิดก็ไม่กล้า หยิบวาง หยิบวางอยู่หลายรอบ  ด้วยความที่ถูกเลี้ยงดูมาให้ปฎิบัติตามกฎตลอดเวลา ครั้งนั้นจึงไม่ได้เปิดอ่าน และคิดว่าเมื่อไรที่อายุ 18 ปีแล้วจะกลับมาหยิบอ่าน..  แต่.. เราก็ไม่เคยหาหนังสือเล่นนั้นเจออีกเลย…  จนบัดนี้ ก็ยังไม่รู้เลยว่า หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร…

…..

 

“ถ้าที่ไหนเผาหนังสือกันได้ ก็ไม่ต้องแปลกใจที่ต่อไปจะเผาคน”

“Where they have burned books, they will end in burning human beings.”

ไฮน์ริช ไฮเนอ จากบทละคร Almansor (1821)

quote ที่จ่าหน้านำบทความ “หนังสือต้องห้าม”

เนื้อหาในบทความ จะกล่าวถึงการห้ามหนังสือในยุคสมัยต่างๆ ..  แต่หนังสือที่เป็นประเด็นหลักคือพวกหนังสือทางการเมือง…  

หนังสือการเมือง..  มีทั้งหนังสือใต้ดินที่เกิดขึ้นในยุคสมัยปฎิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  หนังสือที่แอบลักลอบทำขึ้นมาในยุคสมัยที่ความรู้ทางกฎหมายถูกจำกัดให้เฉพาะชนชั้นสูง  หนังสือแปล หนังสือที่กล่าวถึงแนวคิดของบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นคอมมิวนิสต์… 

เมื่อได้อ่านบทความ มีความรู้สึกว่า อยากหาหนังสือเหล่านี้อ่านจัง…   มันคือหนังสือที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อน  …  แต่แต่ละเรื่อง แต่ละหัวข้อ มันมีความน่าสนใจ ชวนให้เราอยากอ่าน   แม้ว่า หลายเล่ม จะถูกเผา ถูกทำลายไปแล้ว  แต่เราก็ยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ยังจะต้องมีหลงเหลือบ้างล่ะ อย่างน้อยก็ต้องเหลือเล่มหนึ่ง…  และที่ที่เราเชื่อว่าจะมีหนังสือเหล่านี้มากที่สุดคือ.. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ…   แต่ว่า มันคงเป็นหนังสือที่ถูกจองจำ ห้ามเยี่ยม ห้ามยืม ….

ก็พอเข้าใจอารมณ์ของคนเขียนบทความนี้นะ ที่เขาเขียนราวกับว่าการห้ามหนังสือ ห้ามความรู้เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์… แต่..  เรากลับไม่มองอย่างนั้น..

มันก็เหมือนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทย…  “ดุสิตธานี” คือเมืองจำลองประชาธิปไตยที่ รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างไว้  หากแต่ว่าตอนนั้น ท่านยังทรงไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะพระองค์ท่านทรงเห็นว่า ประชาชนไทย ณ เวลานั้น มีความรู้ การศึกษาไม่เท่าเทียมกัน..  หากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อไร  อำนาจก็จะตกอยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น…  ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง… หากแต่ว่า… กลับมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่ใจร้อน และไม่รู้ว่าเพราะโลภในอำนาจหรือเปล่า ปล่อยข่าวลือให้ร้ายท่านในเรื่องดุสิตธานี.. และหลังจากนั้นไม่นาน ก็พาไปสู่การปฎิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัชกาลที่ 7…. และสิ่งที่รัชกาลที่ 6 คาดการณ์ไว้ก็ถูกต้องเสียด้วย..  แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเกือบ 75 ปีแล้ว นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัญหาเรื่องความแตกต่างทางการศึกษาก็ยังคงมีอยู่ และมีผลต่อเนื่องกับสิ่งที่เราเรียกกันว่า “ประชาธิปไตย (2 นาที)”

เช่นกันกับการห้ามหนังสือ…  เรามองว่า ณ ยุคสมัยนั้น ควรมีการห้ามหนังสือบางเล่ม…  และบางเล่ม ก็สมควรห้ามในเวลาปัจจุบันด้วย .. เหตุผลก็คือ… เราไม่สามารถรู้ได้ว่า ใครบ้างที่อ่านหนังสือเล่มนั้น และใครบ้างที่จะมีสติ รู้ว่าสิ่งที่เขียนอยู่ข้างในนั้นมีความถูกต้องเหมาะสมเพียงใด  .. อีกทั้ง เราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะมีใครบ้างที่อาศัยความรู้ที่มากกว่าคนอื่น..นำไปเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น…

เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เสียดายความรู้ที่ถูกจองจำนั้น  แต่.. ถ้ามองอีกแง่..  มันก็คือดาบสองคมที่เราไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นผู้ถือ และเขาจะเลือกใช้คมด้านไหน

เราเองก็ไม่เห็นด้วยกับการห้ามหนังสือ  แต่.. ขณะเดียวกัน เราก็มองว่า บางครั้งมันจำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อความสงบในสังคม…  เสียดายหนังสือที่ถูกเผานะ..  ไม่เห็นด้วยกับการเผาหนังสืออย่างแรง.. แต่.. ถ้าไม่เผาหนังสือ ก็ไม่สามารถที่จะสื่อกับสังคมว่า หนังสือเล่มนี้มีอันตรายต่อสังคมขนาดไหน หากผู้อ่านไม่มีวุฒิภาวะที่เพียงพอ

เอ… หรือว่า.. เราควรจะมีการจัดเรทติ้งหนังสือ?

One Response to “หนังสือต้องห้าม : ความรู้ที่ถูกจองจำ”

  1. ลูกปลาน้อย Says:

    ได้มุมมองที่ดีเลย ทั้งblogsและlink :)

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: