« »

O-negative

by nuch

ไม่ได้จะพูดถึงหนังทาทา โอเนกาทีฟหรอกนะ  พอดีว่าดูน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์มีพูดถึงเรื่องกรุ๊ปเลือดนี้..

ในเรื่องคือ นายแล้วแต่ไปช่วยเหลืออินจากการถูกลวนลามแล้วโดนแทง ร่างกายเสียเลือดมาก ต้องได้รับการถ่ายเลือด แล้วพอดีว่าแล้วแต่มีเลือดกรุ๊ป o-negative ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดหายาก  กอหญ้า. น้องสาวคนละแม่ก็มีกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกับแล้วแต่  และเหตุก็เกิดตอนกลางคืน ติดต่อเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ เพื่อนทุกคนปิดมือถือเข้านอนกันหมด (เอ่อ.. แล้วไม่มีเบอร์บ้านให้โทรหรือ?)  สุดท้ายตุ๋นเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ ตัดสินใจใช้วิธีโพสข้อความในอินเตอร์เนตเพื่อขอความช่วยเหลือ (มุขคุ้นๆ ไหม?)  แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือกำลังใจ…   ปักเป้า.. เป็นคนหนึ่งที่ได้รับ forward mail ..ทันทีที่ได้รับ ก็รีบมาที่โรงพยาบาล  แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้มีเลือดกรุ๊ปนั้น แต่ด้วยความเป็นห่วงรุ่นพี่ที่สนิทกัน…  ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง ปักเป้าเห็นว่า น่าจะต้องเปลี่ยนวิธี  โดยจะใช้มือถือถ่ายคลิปวิดีโออาการของแล้วแต่ แล้วให้อินพูดขอร้องให้คนที่ได้รับคลิปวิดีโอที่มีเลือดกรุ๊ป o-negative เข้ามาช่วยให้เลือดด้วย…

… เมื่อข้อความถูกส่งต่อกันไปเรื่อยๆ เพื่อนก็ทยอยกันมาที่โรงพยายาล (ตรงนี้ข้องใจมาก  ไหนว่าปิดมือถือแล้วไง.. ) แล้วพอถามถึงต้นสายปลายเหตุ นายเอ้อระเหยก็อารมณ์เดือด โทษอินที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด… (ตรงนี้เหมือนจะทำให้เค้นอารมณ์มากไปหน่อยนะ)  พอนายเอ้อไปถามตุ๋นเรื่องความคืบหน้าของการตามหาผู้บริจาคเลือด…  ตุ๋นก็ตอบไปว่า มีแต่คนให้กำลังใจ ยังไม่มีใครมีเลือดนี้เลย..  นายเอ้อก็โมโหว่าไปว่า “ต้องการเลือดโว้ย ไม่ใช่กำลังใจจะส่งมาทำไม ช่วยอะไรได้… แล้วอย่างนี้ไอ้แล้วแต่จะรอดหรือ ใครที่ไหนจะมาช่วย ไม่ใช่ญาติพี่น้องสักหน่อย”

สำหรับตอนจบของเหตุการณ์เราคงไม่ต้องเล่าทุกคนก็คงเดากันออก…

หลังจากเรื่องวุ่นวายผ่านไป…  ปักเป้า ก็สงสัยมากว่า ทำไมเลือดกรุ๊ป o-negative ถึงได้หายากเหลือเกิน จึงไปค้นคว้าที่ห้องสมุด TBT และก็เผอิญได้พบกับนักศึกษาแพทย์ที่เรียกตัวเองว่า “หมอม้า”   หมอม้าอธิบายเรื่องการให้เลือดโดยให้คนที่ไม่มีความรู้ทางแพทย์เข้าใจได้เป็นอย่างดี…

หมอม้าเปรียบว่า.. สมมติว่าเลือดกรุ๊ปต่างๆ กับน้ำ 3 แบบ

  • กรุ๊ป O คือ น้ำเปล่า
  • กรุ๊ป A คือ น้ำแดง
  • กรุ๊ป B คือ น้ำส้ม

(เขาเปรียบแค่ 3 กรุ๊ป แต่ถ้าให้เราเสริม เราจะบอกว่า กรุ๊ป AB คือน้ำพันซ์)

เมื่อน้ำแดงขาด เราเติมน้ำแดง น้ำแดงก็ยังเป็นน้ำแดงอยู่… ถ้าเติมน้ำส้ม น้ำแดงก็ไม่ใช่น้ำแดง  ถ้าเติมน้ำเปล่า น้ำแดงก็ยังเป็นน้ำแดง แต่อาจจะเจือจางนิดหน่อย … เช่นเดียวกับน้ำส้ม ที่รับได้แค่เฉพาะน้ำส้มกับน้ำเปล่า..  นั่นหมายความว่า เลือดกรุ๊ป A จะรับได้แต่กรุ๊ป A หรือ O   เลือดกรุ๊ป B ก็จะคล้ายๆ กัน รับได้แต่กรุ๊ป B หรือ O…  แต่… สำหรับกรุ๊ป O … เมื่อขาดน้ำเปล่า จะเติมน้ำแดงหรือน้ำส้มก็ไม่ได้..  รับได้แค่เลือดกรุ๊ป O อย่างเดียวเท่านั้น..   … ซึ่งร่างกายมนุษย์ หากได้รับกรุ๊ปเลือดที่ไม่เข้ากับหมวดเลือดของตัวเอง ก็จะเกิดอาการเม็ดเลือดแตกทำให้ร่างกายช็อคและเสียชีวิตทันที…

คำถามต่อมาคือ… ถ้า กรุ๊ป O คือน้ำเปล่า  แล้ว O-negative เปรียบได้กับอะไรล่ะ?

พี่หมอม้าตอบว่า “O-negative ก็เหมือนกับน้ำร้อน…  ถ้าขาดน้ำร้อน ก็ต้องเติมแต่น้ำร้อนเท่านั้น น้ำถึงจะยังร้อนอยู่ได้  ซึ่งคนไทยที่มีเลือดกรุ๊ปนี้น่ะ มีเพียง 3% ของทั้งประเทศ

เราไม่แน่ใจว่า ข้อมูลตรงนี้มีความถูกต้องแค่ไหน  เพราะเรารับรู้มาว่า 3% ของคนทั้งประเทศเนี่ย คือผู้ที่มีเลือดเป็น Rh negative โดยที่ยังไม่มีการแบ่งกรุ๊ป  และเขาก็มีการรวมตัวเป็นชมรมคนเลือด negative เพื่อให้มีการติดต่อช่วยเหลือกันในเวลาที่ต้องการ… 

เรารู้จักคนที่มีเลือด O-negative อยู่เพียงแค่ 3 คนในชีวิต…  และ 2 คน ก็อยู่ในภาวะที่ห้ามบริจาคเลือด… ขณะที่อีก 1 คนเขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

เหมือนเคราะห์ช้ำกรรมซัด…  หาคนเลือดกลุ่มเดียวกันก็ยากอยู่แล้ว ที่เจอก็ยังไม่สามารถให้บริจาคให้ได้อีก…

ที่น่าขำก็คือ…  คนเลือดกลุ่มนี้กลับไม่เคยกลัวการบริจาคเลือดเลย..  กลับมีใจคิดอยากจะบริจาคตลอด ถ้าไม่ติดว่า ไม่ผ่านการข้อจำกัดเบื้องตันของกาชาด.. ซึ่งหากฝืนบริจาคไป ก็มีแต่เสียงบประมาณของหลวง มีแต่ทำให้เขาเสียเวลา… 

ถ้าเหตุการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือเช่นนี้เกิดขึ้นในไทย..  เรากลับไม่เคยรู้สึกหวั่นใจเลย..  เรากลับมั่นใจในน้ำใจคนไทย และเชื่อว่า ยังไงก็ต้องรอด…

จำได้ว่าเมื่อครั้งที่เกิดสึนามิ…  หลังเกิดเหตุวันแรกๆ.. มีการประกาศของรับบริจาคเลือดทุกหมู่… ผ่านไปไม่ถึง 3 วัน มีประกาศงดรับบริจาคเลือดกรุ๊ป B (กรุ๊ปที่คนไทยเป็นมากที่สุด) แต่ยังขอรับบริจาคกรู๊ปหายากต่อ… ไม่นานก็มีข่าวว่า เลือดเต็มสต๊อค แต่ก็ยังขอให้ผู้ทีมีเลือดหมู่หายากให้มาบริจาคเรื่อยๆ เผื่อกรณีฉุกเฉินอื่นๆ…

น้ำใจคนไทยไม่เคยเหือดแห้งเลย

ในชีวิตเรา.. เราเคยไปบริจาคโลหิต 3 ครั้ง..  ก่อนที่จะถูกหมอสั่งห้ามบริจาคเลือดโดยเด็ดขาด เพราะเรามีภาวะเลือดจาง…

ครั้งสุดท้ายที่เราบริจาค เราโดนเพื่อนๆ ในออฟฟิศบางคนหัวเราะเยาะ เพราะเราซีด หมดแรงมาทำงาน  แต่เราก็ยังทำงานได้นะ มันไม่ได้ใช้แรงงานอะไรมาก งานบนคอมพิวเตอร์นี่..   เขาหัวเราะบอกว่า ถ้าให้เลือดแล้วตัวเองต้องมาทรมานอย่างนี้จะให้ทำไม…  เราตอบไปว่า ถ้าเราไม่ให้ เราก็ตาย..  ซึ่งความหมายของเราก็คือ.. เราไม่สามารถเป็นผู้รับได้แต่ฝ่ายเดียว เพราะถ้าทุกคนคิดแต่ว่าจะรับแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีใครเพราะคิดว่าทรมานตัวเอง แล้วต่อไปเราจะรับจากใครได้ล่ะ?…  เราไม่ได้อธิบายความอย่างที่พิมพ์ ณ ตอนนี้ เพราะหลังเราพูดจบ เขาก็หัวเราะ หาว่าเราคิดโง่ๆ..

สำหรับเรา..  เราแค่เสียเลือด หน้ามืดนิดหน่อย หนาวง่าย แค่ 2-3 วัน แล้วเราก็กลับมาเป็นปกติแล้ว  สามารถไล่เตะต่อยเพื่อนๆ ได้เหมือนเดิม…  แต่กับคนที่เขาต้องการเลือดกรุ๊ปเดียวกับเรา…  ถ้าเขาขาดเลือด เขาอาจจะเสียชีวิต เสียสิ่งที่เขาฝัน เสียคนที่รัก… มันไม่ใช่อะไรที่เขาจะได้กลับคืนมาได้ง่ายๆ…

ถามว่าเจ็บไหม ตอนบริจาคเลือด?

ตอบตรงๆ ว่าเจ็บ.. แต่ไม่มาก..  ก็เหมือนกับฉีดยา.. ..  ถ้าโดนมีดบาด หกล้ม หล่นจากรถเมล์ ยังเจ็บกว่านี้อีกเยอะ…  เราไม่รู้ว่าทำไมใครต่อใครถึงกลัวเข็ม…  แต่ก็พอจะเข้าใจนะ.. เพราะอย่างเรา เราก็ก็กลัวต่างหูแทงเข้าไปในรูหู..  และบางคน อาจจะมีเรื่องฝังใจเกี่ยวกับเข็มฉีดยา… เช่นอาจารย์ของเราท่านหนึ่ง ที่ตอนเด็กๆ ต้องไปเข้าคิวฉีดวัคซีน..  แล้วพยาบาลคงจะมือใหม่หรือไงเนี่ย ทำเข็มหักระหว่างฉีด  พยาบาลก็ลุกลี้ลุกลนหาอุปกรณ์มาคีบเข็มออก  ขณะที่อาจารย์เห็นว่า เข็มมันค่อยฝังลงในเนื้อลืกลงไปเรื่อยๆ เหมือนถูกดูด  อาจารย์เรากลัวก็เลยรีบดึงเข็มออกมา  เลือดก็เลยพุ่ง … อาจารย์ก็เลยโดนพยาบาลเอ๊ดใหญ่เลย..  ด้วยความที่ยังเด็ก เห็นภาพอย่างนั้นพร้อมเสียงดุๆ ก็เลยเป็นความฝังใจและความกลัวไป…

ทุกครั้งที่จะโดนฉีดยา เจาะเลือด หรือบริจาคเลือด.. เราจะนึกถึงแม่ว่า คลอดเรามาทั้งเจ็บทั้งปวดยังทำได้ กะอีกแค่เข็มเล็กๆ แทงเราหน่อยเดียวทำไมจะต้องกลัว…  แผลใหญ่ๆ ก็เป็นมาเยอะ เลือดอาบมาก็แยะ เข็มแทงนิดเดียวไม่เจ็บเท่าไรหรอก…

เคยพยายามชวนเพื่อนหลายคนไปบริจาคเลือด…  แต่เหมือนเราจะไม่สามารถช่วยเขาฝ่าความกลัวเข็มได้เลย..  และทุกคนมองว่าเราไม่กลัว เพราะเราเป็นคนโหด…   -__-‘

เอ่อ…  ร่างกายคนเราน่ะ ปกติแล้วจะสร้างเลือดมามากกว่าปกติอยู่แล้ว.. ปริมาณที่บริจาคไปน่ะ มันไม่ได้ทำให้ร่างกายเดือดร้อนอะไรเลย..  ร่างกายสามารถสร้างชดเชยได้ด้วย

อ้อ.. สำหรับคนที่คิดจะไปบริจาค ขอแนะนำให้ศึกษาเงื่อนไขของผู้บริจาคก่อนไปด้วย  ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า 1 วัน .. เท่าที่จำได้

  • ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด
  • ไม่เป็นผู้ที่โรคติดต่อทางโลหิต
  • งดแอลกอฮอล์มาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • น้ำหนักตัวเกิน 48 กิโลกรัม
  • นอนหลับเกิน 6 ชั่วโมงในคืนก่อนบริจาค
  • ในช่วง 3 เดือน ไม่เคยผ่านหรือได้รับการผ่าตัด หรือมีแผลขนาดใหญ่
  • ….

จริงๆ มันมีเงื่อนไขมากกว่านี้นะ.. นี่ลิสต์มาเท่าที่จะนึกออก … ถ้าสนใจจริง สามารถตามอ่านรายละเอียดได้ที่เวปของสภากาชาด  http://www.redcross.or.th/donation/blood_wholeblood.php4

จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนคิดคำขวัญนี้นะ.. แต่ก็โดนใจเรา “ให้เลือด ต่อชีวิต”

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: