« »

真昼の月… Mahiru no Tsuki

by nuch

mahiru_no_tsuki_s.jpg

 真昼の月 [Mahiru no Tsuki] : Midday Moon

ละครญี่ปุ่นที่เคยฉายช่อง 3 เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ในชื่อไทยว่า วันนี้ที่รอคอย

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ถูกลากข่มขืน และถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ  ผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ก่อให้เกิดแผลในใจ และการสูญเสียทั้งความฝัน ความรัก หรือแม้กระทั่งความเป็นตัวของเธอเอง เหลือไว้แต่ความทรมาน..   …

เมื่อ 10 กว่าปีก่อน.. เรื่องความความเจ็บป่วยทางจิต.. เป็นเรื่องที่ไม่แพร่หลาย สังคมส่วนใหญ่มักจะมองผู้ป่วยทางจิตว่าเป็นคนบ้า คนผิดปกติ และรังเกียจพวกเขา…  ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด  พวกเขาแค่เจ็บป่วยที่จิตใจ..   ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนก็เช่นกัน..  ความทรมานที่เธอแบกรับอยู่ คือ ความเจ็บป่วยทางจิต ที่หลายคนไม่เคยพยายามที่จะทำความเข้าใจ… 

Mahiru no Tsuki แปลว่า พระจันทร์ตอนกลางวัน…

… คนเรามักจะลืมไปว่า ในเวลากลางวัน ก็มีพระจันทร์อยู่บนท้องฟ้า  บางครั้งเราอาจจะไม่เห็นมัน บางครั้งเราไม่ได้ใส่ใจ  แต่พระจันทร์ก็ยังคงอยู่ที่นั่น….  เหมือนบาดแผลในใจ…  คนที่ได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตใจ หลายครังที่เขาคิดว่าสังคมไม่อาจจะยอมรับสภาพเขาได้  เขาจะพยายามฝืน ทำตัวร่าเริง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามที่จะลืมเรื่องร้ายๆ แต่.. เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังฝังอยู่ เป็นเหมือนแผลเป็นที่แม้หันไปมองแวบเดียว ก็สะดุดตา…  แม้พยายามจะทำเป็นไม่เห็น แต่ก็มันก็ยังอยู่ตรงนั้น….

Mae ผู้หญิงที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็น TV Announcer .. วันแรกที่เธอพบกับ Naoki วันนั้นเธอเป็นเหมือนหญิงสาวใจดี สดใจ ที่สร้างความประทับใจให้กับ Naoki ผู้ชายที่ไม่เคยคิดถึงอนาคต  และมีแผลในใจที่เขาหนีมันด้วยการเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูด และมุแต่งาน…  … เมื่อ Mae ผิดหวังกับผลการสัมภาษณ์งานครั้งที่ 17 … เธอรู้สึกท้อจนคิดจะกลับบ้านเกิด..  แต่ก็ได้ Naoki ช่วยสร้างกำลังใจให้เธอสู้ต่อไป..จนกระทั่งครั้งที่ 18 นี้เองที่เธอสอบผ่านการสัมภาษณ์ … เธอดีใจ เธอนัดพบ Naoki ในคืนนั้นเพื่อที่จะตอบรับความรู้สึกของ Naoki.. แต่ว่า.. คืนนั้นเองที่เป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราวทั้งหมด…

ละครนำเสนอความทุกข์ทรมานของ Mae และแผลในใจของคนรอบข้างที่มีอยู่แล้ว และถูกตอกย้ำจากเหตุการณ์ครั้งนั้น …

จะว่าละครเรื่องนี้นำเสนอแต่เรื่องราวด้านมืดไหม?  เราว่าไม่ใช่ซะทีเดียวนะ… เรามองว่าออกจะเป็นละครที่สร้างกำลังใจให้ชีวิตด้วย…  เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมา ไม่ใช่แค่เรื่องของความทุกข์ทรมานอย่างเดียว  มีเรื่องของการเยียวยารักษา ความรู้สึกนึกคิดของ Mae และคนรอบข้าง.. ทั้งหมดนี้คงเพื่อให้คนดู เข้าใจว่าสภาพจิดใจของคนที่มีแผลใจ..  เมื่อเข้าใจ ความรู้สึกรังเกียจก็จะหมดไป  ความยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันได้ก็เกิดขึ้น

 …..

การข่มขืน คือ อาชญากรรมที่เราเกลียดที่สุด 

หลังจากดูละครเรื่องนี้ ก็นึกถึงสมัยเรียน ป.ตรี เคยนั่งคุยกับเพื่อนๆ เรื่องของคดีข่มขืน…

เพื่อนผู้ชายบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงมองว่า การข่มขืนเป็นอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุด…  บางคนก็พูดติดตลกว่า..  “ผู้ชายเป็นฝ่ายเสียนะในคดีแบบนี้ ผู้หญิงสิเป็นฝ่ายได้..  ผู้ชายต้องเสียน้ำ… ขณะที่ผู้หญิงได้รับน้ำ..ของผู้ชายไป…”

ไอ้ here !!! … คำแรกที่หลุดจากปากเราเมื่อได้ยินประโยคนี้…  ก็เพราะผู้ชายคิดแบบนี้แหละ เราถึงได้เกลียดเพศชายไงล่ะ…

แม้ว่าจะลองสมมติว่า ถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายโดนข่มขืนซะเอง..  พวกเขาก็จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร..  บางคนก็ตอบว่า ดีสิ อยากโดน…  จนกระทั่งเกิดคำถามต่อมาว่า

แล้วถ้าผู้ชายถูกกระเทยข่มขืนล่ะ?

เรามองว่า ผู้ชายก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกเช่นกันมั้ง  เพราะผู้ชายไม่คิดมากกับเรื่องนี้อยู่แล้ว…  แต่ก็ผิดคาด.. เมื่อมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง (แค่คนเดียวในกลุ่มเลยที่ตอบอย่างนี้) เขาตอบว่า.. “รู้สึกดิ.. คงเก็บมาคิดว่า ทำไมต้องเป็นกู ทำไมถึงเกิดขึ้นกับกูได้…”

นั่นแหละคือความรู้สึกของ Mae ที่วนเวียนหลอกหลอนในจิตใจเธอเสมอ… ทั้งกลัว ทั้งอึดอัด สับสน และรู้สึกผิดจนกระทั่งรังเกียจตัวเอง…

Mae เป็นผู้หญิงที่โชคดี.. ที่เธอได้เจอ Naoki ผู้ชายที่แม้ภายนอกจะดูซื่อบื้อ ดูเหมือนผู้ชายงี่เง่าทั่วๆไป แต่.. ในใจเขาคิดถึงแต่ Mae พยายามที่เข้าใจและร่วมเผชิญแก้ไขปัญหาทางใจของเธอ…   มันมีด้วยหรือ? ผู้ชายที่พยายามที่จะเข้าใจปัญหาผู้หญิง ยอมรับฟัง และร่วมแก้ปัญหาทางใจของผู้หญิง โดยไม่หวังผลด้านเซ็กส์ และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้เป็นเกย์!  ในโลกความเป็นจริง จะมีผู้ชายแท้ๆ แบบนี้ด้วยหรือ?  ถ้ามีก็คงน้อยกว่า 0.01% ละมั้ง…

มีตอนหนึ่ง ในละครที่พูดถึงเรื่องการดำเนินคดีทางกฎหมาย..  … เหยื่อที่ถูกข่มขืนหลายราย เลือกที่จะไม่ฟ้อง ถอนฟ้อง และหลบหนีหายไปจากสังคม หรือพยายามที่จะลืมๆ มันไปซะ…   บางคนมองว่ามันเป็นการหนีปัญหา เห็นแก่ตัว เพราะเมื่อไม่มีใครฟ้อง ทางตำรวจก็จัดการกับคนร้ายไม่ได้..  ในมุมมองหนึ่ง ก็ใช่ทีว่าเห็นแก่ตัว.. แต่.. ในอีกมุมหนึ่ง.. ผู้หญิงที่ถูกกระทำชำเรา เขามีความเจ็บช้ำทั้งกายทั้งใจอยู่แล้วตั้งหลังเกิดเหตุการณ์   และเมื่อต้องไปพบแพทย์ ให้แพทย์ตรวจเพื่อบันทึกหลักฐานทางร่างกาย… และต้องมีการให้ปากคำ… สิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อตามขั้นตอนการดำเนินคดี.. มันไม่ต่างอะไรกับการโดนข่มขืนรอบที่สองเลย…

โดยเฉพาะที่ไทย.. ที่กฎหมายมีบัญญัติแยกคดีกระทำชำเรา กับคดีลวนลาม ด้วยการวัดว่า อวัยวะเพศเข้าไปลึกกี่เซนติเมตร…  คำถามที่ว่า “เข้าไปลึกแค่ไหน”  มันก็คือคำตอกย้ำบาดแผลความขมขื่นครั้งนั้น…  ยิ่งถ้าผู้ถามเป็นเพศชาย  ภาพลักษณ์ของคนถามที่เหยื่อจะมองก็ไม่ต่างอะไรกับภาพผู้ชายหื่นๆ ที่พยายามจ้องหาส่วนโป๊ของผู้หญิง… 

หากจะมองว่าเธอเห็นแก่ตัวไหมที่เลือกที่จะไม่ฟ้อง เลือกที่จะหนีปัญหา…  เรามองว่าอาจจะใช่และไม่ใช่…  การที่จะให้เธอแจ้งความเพื่อเอาผิด ณ ช่วงเวลาหลังเกิดเหตุไม่นานนั้น  ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราส่งนักกีฬาบาสเกตบอลลงสนามแข่งทั้งๆ ที่เขาทั้ง ข้อเท้าพลิก กระดูกร้าว กล้ามเนื้อฉีก เส้นยึด … นอกจากจะเป็นการทรมาน ทำร้ายเขาแล้ว ยังทำให้เสียโอกาสในการทำแต้มชัยชนะอีก…   แต่… ถ้าไม่ฟ้อง ณ เดี่ยวนั้น คดีก็จะหมดอายุความ…  หรือ.. หลักฐานทางกายภาพจะหายไป… …..

เคยมีคนเสนอให้แก้กฎหมายคุ้มครองเพศหญิงในคดีข่มขืน.. ปัญหาคือ.. จะแก้ไขยังไงล่ะ?

บางคนเสนอให้ยกเลิกข้อที่ว่า อวัยวะเพศเข้าไปกี่เซนติเมตรถึงเรียกว่าข่มขืน…   ปัญหาต่อมาคือ.. งั้นเราจะใช้อะไรตัดสินว่าเป็นข่มขืนหรือลวนลาม?  … จริงๆ เราก็ไม่เห็นด้วยกับข้อนี้ เพราะมันคือการข่มขืนทางคำถาม..  แต่ถ้าไม่มีการตัดสินแยกแยะข่มขืนกับลวนลาม  มันคงต้องเกิดปัญหาที่ผู้หญิงบางคนเอาความเป็นเพศหญิงที่ดูเหมือนจะเสียเปรียบ เข้าไปข่มขู่เพศชาย โดยการสร้างหลักฐานเท็จ…    บางคนเคยบอกว่า ถ้าผู้ชายไม่คิดอะไรเลย ก็ไม่ติดกับดักของหญิงร้อยเล่ห์พวกนี้หรอก… แต่..ผู้ชายก็คนนะ  ไม่ใช่พระใช่เจ้าที่จะตัดกิเลส ตัณหาได้..  เมื่อมีการยั่วยวน ก็ย่อมมีการหลงผิด พลาดพลั้งกันได้แน่ๆ…

เมื่อ 3-4 ปีก่อน ตอนที่ยังทำงานอยู่ที่ไทย..  เคยอ่านนิตยสาร cosmopolitan มีบทความหนึ่งพูดถึงว่าควรทำอย่างไรเมื่อคุณตกเป็นเหยื่อคดีข่มขืน…   ตอนนั้นมันมีเหตุการณ์ที่ผู้หญิงทำงานในตึกแห่งหนึ่ง แล้วไปเข้าห้องน้ำ ในเวลากลางวันเนี่ยแหละ  แต่ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำนั้นเลย แล้วเธอก็เจอผู้ชายเลวๆ เอามีดมาจี้ในห้องน้ำหญิง ลากไปกระทำชำเราในห้องน้ำ…   มันกลายเป็นว่า คดีข่มขืนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ได้ทุกที่ จนไม่มีที่ไหนที่ผู้หญิงจะปลอดภัยได้เลย…  คำแนะนำในคอลัมภ์นั้นบอกไว้ว่า…  หากคุณต้องตกเป็นเหยื่อ… ให้พยายามพูดดีๆ กับคนร้าย อย่าขัดขืน อย่าต่อสู้ ยอมให้เขาทำไปซะเพื่อรักษาชีวิตของคุณไว้ และเมื่อเขาเสร็จกิจแล้ว ก็ทำเป็นเหมือนกับว่าคุณไม่สนใจเขา ให้เขาคิดว่าคุณไม่กล้าที่จะฟ้องร้องเขา ..เมื่อเขาไป ให้คุณเก็บหลักฐานทั้งหมด.. ไปพบแพทย์เพื่อเก็บหลักฐานทางร่างกายของคุณ แล้วแจ้งความ… 

แหม.. พูดง่ายนะ…

เอาแค่อย่าขัดขืน อย่าต่อสู้ ให้ยอมโดยดีเนี่ย..  ถ้าเป็นที่เมืองไทย คดีคงโดนยกฟ้อง เพราะกลายเป็นว่าสมยอมไปแล้ว..   คำแนะนำทั้งหมดที่ว่ามาเนี่ย คงใช้ได้กับพวกสาวมั่น ที่จิตใจแข็งแกร่ง ไม่ว่าเรื่องอะไรเธอก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรล่ะมั้ง…    ทำอย่างกับว่าแผลใจไม่มีวันเกิดขึ้นได้งั้นแหละ…

….

“If I could run away, hide away, forget the way I feel
but your memories keep haunting me, convincing me it’s real.”

ท่อนหนึ่งจากเพลง Now you’re not here เพลงประกอบละครเรื่องนี้ ร้องโดยวง Swing Out Sisters….  มันบรรยายถึงภาวะของคนที่เจอเรื่องร้ายๆ ฝังใจ และพยายามจะหนีปัญหาได้ค่อนข้างชัดเจนเลย..  แม้ว่าจะวิ่งหนี จะทำเป็นลืม แต่ความทรงจำนั้นก็ยังตามหลอกหลอนอยู่เสมอ…

อย่างที่ตอนหนึ่งในละครบอกไว้ว่า .. เราไม่สามารถวิ่งหนีปัญหาทางใจได้…  มีแต่การเผชิญหน้ากับปัญหา ที่จะรักษาความเจ็บป่วยทางจิตได้…

One Response to “真昼の月… Mahiru no Tsuki”

  1. ม้าลายกระป๋องไข้ขึ้น Says:

    ผมเคยดูแฮะละครเรื่องนี้ เมือนานมาแล้วทางช่อง 3 อ่ะ นางเอกน่ารักดี
    เรื่องข่มขืน ผมเห็นด้วยว่าไอ้คนทำมันควรโดนประหารชีวิตสถานเดียว ฆ่าแม่งให้ตายเลย
    แต่โทษเช่นนี้คงเกิดขึ้นยากในเมืองไทยที่ นักโทษมักจะได้รับการอภัยโทษบ่อยๆ ก็จริงที่คนทำผิดควรได้รับการให้อภัยและแก้ตัว
    แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่นักโทษที่เพิ่งพ้นคุกมา หลายคนทำผิดแบบเดิมๆ แล้วก้วนอยู่วังวนเดิมๆ
    ถ้าทำได้ สำหรับโทษข่มขืน ผมอยากให้จับไอ้คนที่มันข่มขืนไปแปลงเพศ แล้วให้มันโดนวนอยู่ในคุกจนครบกำหนดกี่ปีก็ว่าไป ให้มันรู้สึกซะมั่ง
    ส่วน “ผู้ชายที่พยายามที่จะเข้าใจปัญหาผู้หญิง ยอมรับฟัง และร่วมแก้ปัญหาทางใจของผู้หญิง โดยไม่หวังผลด้านเซ็กส์ และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้เป็นเกย์! ในโลกความเป็นจริง จะมีผู้ชายแท้ๆ แบบนี้ด้วยหรือ? ถ้ามีก็คงน้อยกว่า 0.01% ละมั้ง…”
    นั่นเพราะว่า ผู้ชายดีๆนั้นมีแต่ในนิยาย… :D

Leave a Reply

:D :-) :( :o 8O :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: