Posts Tagged ‘shopping tote’

27 April

ยืดอกพกถุง

ไม่กี่วันก่อนเขียนเรื่องถุงกระดาษไป แต่ก็ยังไม่ได้พูดถึงถุงผ้ามากสักเท่าไรนัก ก็ขอต่ออีกสักหน่อยแล้วกัน

ที่จริง เหตุที่อยากเขียนต่อ เกิดจากว่า วันนี้ไปจ่ายกับข้าวมาที่ Japantown

ก็ตั้งใจแล้วว่าจะมาจ่ายตลาด และการไป Japantown เนี่ยต้องขึ้นรถเมล์ไปด้วย ถ้าต้องหิ้วถุงกระดาษหลายๆ ใบคงไม่สะดวกนัก ก็เลยเตรียมเป้สะบายหลังอันเล็กๆ ไว้ใส่กระเป๋าตังไป และพกถุงผ้าใบพับใส่เป้ไปด้วย

พอไปจ่ายกับข้าว ตอนที่จะจ่ายเงิน ก็เห็นคนข้างหน้าเอาถุงผ้าสีน้ำเงินมาให้พนักงานแพ็คของนะ ก็จำได้ว่าเป็นถุงผ้ากันโลกร้อนที่ร้าน Nijiya supermarket เอามาขายเอง (ร้านที่เราจ่ายกับข้าวอยู่น่ะแหละ) .. ก็นึกดีใจว่า เออ ดีจังที่มีคนพกถุงผ้ามาจ่ายกับข้าวด้วย.. (แต่ก่อนเวลาจ่ายกับข้าวที่ตลาดฝรั่งหรือตลาดจีน แล้วเรายื่นถุงให้พนักงานเขาแพ็คให้ เขาจะมองแบบงงๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร.. คงยังไม่ชินกับอะไรอย่างนี้ล่ะมั้ง)
พอถึงคิวเรา เราก็ยื่นถุงผ้าใบสีดำ ที่เราได้มาฟรีจากงานนิทรรศการต่างๆ พนักงานก็รับไปแพ็ค แล้วก็พูดว่า

“Because you bring your own bag, we’re gonna give you 5 cents discount”

เอ๋ มีงี้ด้วย.. ดีจังเลย! :D เอาถุงผ้ามาเอง แม้จะไม่ใช่ถุงของร้านเขา เขาก็ลดราคาให้ 5 เซนต์ด้วย

5 เซนต์.. อาจจะดูไม่มากมายอะไร เทียบเป็นเงินไทยก็อาจจะแค่ 16-20 สตางค์ แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกดีว่า ร้านค้าก็สนับสนุนร่วมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

เจ้าถุงกระดาษสีน้ำตาล.. มันไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมสักเท่าไรก็จริง แต่ในแง่การเอาไปรีไซเคิล มันกลับด้อยมากๆ ส่วนใหญ่เวลาที่จะต้องใช้ถุงกระดาษหิ้วของไปข้างนอก ก็จะใช้ถุงกระดาษจากห้างร้านค้าต่างๆ ที่เป็นถุงกระดาษมันลายสวยงาม มากกว่าที่จะใช้ถุงกระดาษสีน้ำตาลด้านที่ได้จาก grocery store

ส่วนถุงพลาสติก.. ที่จริงก็มีหลายร้านที่ยังคงใช้ถุงพลาสติกอยู่ ก็ใช้เป็นถุงพลาสติกชนิดที่ recycle ได้นะ
แต่..
ให้ดีสุด.. เราเริ่มจากลดจำนวนขยะที่ไม่จำเป็นดีกว่า…

มาพกถุงผ้ากันเถอะ!

เห็นในร้าน ichibankan (เทียบได้กับร้าน 100 เยนของญี่ปุ่น ของในร้านนี้ส่วนใหญ่จะราคาชิ้นละ 1 ดอลลาร์) ก็ขายถุงผ้าสารพัดแบบ ในราคาที่ไม่แพง 1.50 ดอลลาร์ (เรียกว่าค่อนข้างถูกนะ เพราะ grocery store ของเมกันเองยังขายอยู่ที่ 3 ดอลลาร์เลย)

มาดูกันว่า ถุงผ้ามีแบบไหนบ้าง และจะเลือกใช้แบบไหนกันดี

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า เราอาจจะเรียกชื่อชนิดผ้าไม่ได้ถูกต้องเท่าไรนะ (คืนวิชา textile ให้อาจารย์ไป 10 กว่าปีแล้ว) และที่เขียนต่อไปนี้ เป็นการเขียนจากมุมมองของเราเท่านั้น ไม่ได้ฟันธงว่าต้องเป็นตามที่เราเห็นเท่านั้นนะ

เวลาเลือกซื้อ หรือ เลือกใช้ถุงผ้า สำหรับ shopping สิ่งที่จะดูก่อนอย่างแรกเลยสำหรับเรา.. (พวกสาย form follow function) คือ ตะเข็บ
ถ้าเป็นการเย็บแบบเย็บเสื้อทั่วไป ด้นแค่ชั้นเดียว ก็ต้องดูชนิดของเนื้อผ้าต่อว่า จะทนจะรั้งกับรอยเย็บได้ดีแค่ไหน ส่วนใหญ่เราจะชอบแบบที่ม้วนริมผ้าแล้วเย็บทบ ตะเข็บจะหนาหน่อย จะเห็นเป็นเส้นนูนๆ มั่นใจได้ว่า รอยเย็บแข็งแรง สามารถจุของหนักๆ ได้

นอกจากตะเข็บที่เย็บประกอบถุงแล้ว ส่วนที่สำคัญอีกจุดที่ต้องดูคือ รอยเย็บที่เชื่อมหูหิ้วกับตัวถุงผ้า อันนี้สำคัญมาก ต่อให้ถุงเย็บดีแค่ไหน ถ้าหูหิ้วเย็บไม่ดี หิ้วไปขาดกลางทาง ต้องมาอุ้มถุงผ้าแทนแน่ๆ รอยเย็บที่หูหิ้วที่เราชอบสุดก็คือ เย็บด้นทับไปมาหลายชั้น และเย็บ 2 แถว ยิ่งถ้าเย็บเป็นกากบาทไขว้ด้วย จะดีมากๆ เพราะเวลาที่รอยเย็บแตก ตะเข็บขาด จะยังมีชั้นอื่นๆ ที่ยังพอจะทำหน้าที่แทนมันชั่วคราวได้ ยังทำให้เราหิ้วถุงนั้นได้ถึงบ้าน แล้วค่อยมาเย็บซ่อม

ต่อมาก็ชนิดของผ้า..

ผ้าที่เราชอบมากที่สุดคือ ผ้าใบแบบบาง ที่นี่จะเรียกว่า canvas tote ผ้าจะคล้ายๆ กับผ้าใบ canvas สำหรับวาดรูปสีน้ำมันหรือสี acrylic ผ้าบางแต่เนื้อแน่น ทำให้ความทนในตัวเนื้อผ้าเองสูง พอกันน้ำได้บ้าง เอาไปซักได้ด้วย และความที่ไม่หนามาก สามารถพับพกใส่กระเป๋าได้ โดยกินเนื้อที่แค่สมุด sketch ขนาด A5 ที่หนาไม่ถึงครึ่งนิ้วเท่านั้น.. (มาตรฐานในการเลือกซื้อกระเป๋าแฟชั่นของเรา คือ ต้องใส่สมุด sketch เล่มขนาด A5 ได้)

ผ้าใบแบบหนา เขาก็ยังเรียกว่า canvas tote นะ แต่เนื้อผ้าหนามาก เหมือนจะมีเคลือบพลาสติกไว้ด้วย ทำให้กันน้ำได้ดีมากๆ ผ้าตัวนี้จะคล้ายกับผ้าที่ทำรองเท้าผ้าใบนันยางรุ่นมาตรฐาน ที่ใช้สำหรับใส่เรียนพละสมัยเด็กๆ ถุงผ้าใบแบบหนา บางแบบ บางที่ เขาจะทำเป็นกระเป๋าแฟชั่นไปเลย สกรีนลายเท่ห์ๆ สวยๆ ติดซิปสักหน่อย หรือแต่งกระเป๋า pocket ข้างนอกสักหน่อย ให้ดูดีมีชาติตระกูล…
ถุงผ้าแบบนี้ส่วนใหญ่จะเย็บตะเข็บเป็นสันสวยงาม ความคงทนสูงมากๆ แต่ว่า.. มันหนา และพับพกพาลำบากหน่อย กินพื้นที่เยอะ เหมาะสำหรับเป็นกระเป๋าที่หิ้วไปเพื่อการช้อปปิ้ง โดยที่ยังอินเทรน แต่งตัวตามแฟชั่นได้…

ผ้าฝ้าย ที่นี่เรียกว่า cotton tote ส่วนตัวแล้ว ถุงผ้าฝ้ายที่เราชอบมากที่สุด ก็คือ ย่าม ที่รูปทรงแบบที่พระ หรือเด็กวัดสะพายเวลาบิณฑบาตน่ะแหละ สายสะพายกับตัวถุงเป็นผ้าชิ้นเดียวกันไปเลย ทำให้ไม่ต้องเรื่องรอยต่อของสายสะพายกับตัวถุง
ข้อดีของถุงผ้าฝ้ายคือ เบา และพกพาสะดวก พับได้เล็กกว่า ถุงผ้าใบแบบบางแน่ๆ แถมยังเอาไปตกแต่ง ทำลวดลายสวยงามได้ด้วย
แต่.. ข้อเสีย คือ.. สกปรกง่าย และไม่กันน้ำ

ผ้าร่ม อันนี้ไม่รู้ว่าที่นี่เรียกว่าอะไร แต่เป็นผ้าที่บางที่สุด ในบรรดาถุงผ้าที่ทำมาเพื่อการช้อปปิ้ง ที่ร้าน container store ที่เราบอกว่ามีขายแบบเป็นพวงกุญแจที่คลี่ออกมาเป็นถุง เขาก็เรียกมันว่า shopping tote key chain เราเรียกผ้าชนิดนี้ว่า ผ้าร่ม เพราะมันบางมากๆ ดูเนื้อแล้วเหมือนจะเป็นชนิดเดียวกับผ้าที่ใช้ทำร่มกันฝนด้วย แต่ก่อนจะมีช่วงหนึ่งที่วัยรุ่นฮิตถุงผ้าร่มมากๆ ก็ถุงผ้า puma ไง ที่เอามาเย็บเชือกทำเป็นสายเป้สะพายหลังก็ได้ สะพายข้างก็ได้
ข้อดีของถุงผ้าชนิดนี้คือ บาง เบา และกันน้ำได้ระดับหนึ่ง
ส่วนข้อเสีย อยู่ที่เรื่องของการรับน้ำหนัก จริงอยู่ว่า ตัวเนื้อผ้าร่มมันค่อนข้างเหนียว ไม่ขาดง่ายๆ แต่ปัญหามักจะอยู่ที่ตะเข็บ ถ้าเย็บเก็บริมผ้าไม่ดี ริบผ้าจะยุ่ยจนถึงตะเข็บได้เลย หรือถ้าเย็บแบบใกล้ริมผ้าเกินไป เวลาจุของหนักๆ น้ำหนักจะดึงทำให้ตะเข็บไปรั้งผ้า ซึ่งถ้าไม่เผื่อริมผ้าไว้เยอะๆ มันจะรั้งผ้าจนทำให้ริบผ้ายุ่ย และตะเข็บแตกได้เช่นกัน

ผ้ากระสอบ ก็ไม่รู้เช่นกันว่าเขาเรียกภาษาอังกฤษว่าอะไร เนื้อผ้าชนิดนี้เป็นแบบเดียวกับกระสอบสีน้ำตาลที่เขาใช้ใส่ข้าวสารถุงใหญ่ๆ ที่สูงเท่าเอวผู้ใหญ่น่ะ ไม่แน่ใจว่าเขาเรียกกระสอบแบบนั้นว่ากระสอบป่านหรือเปล่า ที่จริงตัวเนื้อผ้า ดูจะราคาไม่แพงเอาเสียเลย แต่พอเอามาทำดีไซน์ เย็บให้ตะเข็บดูเรียบร้อย ทำทรงให้อินเทรนหน่อย ก็กลายเป็นถุงผ้าแฟชั่นสไตล์ earth tone รักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมได้..
ข้อดีของถุงผ้ากระสอบคือ เรื่องของการรับน้ำหนัก แหม เขาใช้ใส่ข้าวสาร 30 กว่ากิโลกรัมได้ มันต้องเหนียวแน่นทนระดับหนึ่งแหละ ส่วนเรื่องของการกันน้ำ ขึ้นอยู่กับว่าผ้ากระสอบที่ใช้เขาทอแบบไหน มีบางแบบที่เขาทอด้ายห่างๆ ทำให้ดูเป็นตาข่ายกระสอบ แน่นอนว่าอย่างนี้กันน้ำไม่ได้แน่ๆ แต่ได้ความกิ๊บเก๋ ข้อดีอีกข้อที่เราชอบใจในถุงผ้ากระสอบคือ สกปรกยาก.. หรือ ถ้ามันสกปรกหรือเละแล้ว มักจะดูไม่เด่นชัด ดีไม่ดี ดูเป็นแฟชั่นเด็กเซอร์ได้อีกด้วย
ส่วนข้อเสียน่ะหรือ.. หนา… พับพกพาไม่ค่อยได้.. อีกทั้งผ้ากระสอบมันค่อนข้างแข็ง บางทีสะพายเวลาใส่เสื้อแขนกุดแล้วจะเจ็บๆ คันๆ (เดี้ยนผิวบอบบางนะคะ xD )

ผ้าพลาสติก หรือ nylon บางทีเราเองจะเรียกมันว่าผ้ากระสอบพลาสติก เป็นผ้าชนิดเดียวกับที่ใช้ทำกระสอบข้าวสารขนาด 1 กิโลกรัม หรือถ้าเห็นบ่อยๆ ก็จะเป็นผ้าชนิดเดียวกับที่คนซื้อของในสำเพ็งใช้ขนของกัน ไม่ก็ ที่คนต่างจังหวัดนิยมใช้ใส่เสื้อผ้า ข้าวของเวลาเดินทาง ที่จะเป็นถุงซิบลายแถบสีน่ะ..
ข้อดีของถุงผ้า nylon คือ เหนียว ทน กันน้ำได้ดี น้ำหนักเบาด้วย
ส่วนข้อเสียคือ.. ไม่สวย แม้ว่าจะมีบางที่ทำดีไซน์สกรีนลายไป แต่ด้วย texture ของตัวผ้า พื้นผิวที่ค่อนข้างมันวาวแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ภาพที่สกรีนออกมา ดูไม่สวยงามเท่าไรนัก แต่คิดว่าอีกไม่นาน ก็คงมีการพัฒนาดีไซน์ให้ดูดีกว่านี้… อีกจุดที่จะไม่ชอบสำหรับถุงผ้าชนิดนี้คือ เวลาพับ เวลาคลี่ มันมีเสียงกรอบแกรบเหมือนถุงก็อบแก็บ..

เท่าที่นึกออกก็มีเท่านี้น่ะ สำหรับชนิดของถุงผ้า ใครมีอะไรเพิ่มเติม ใส่ใน comment มาได้เลยนะเจ้าคะ

เอาล่ะ เรามาสนับสนุนนโยบายรัฐ “ยืดอกพกถุง” กันเถอะ เพียงแค่สละเนื้อที่ในกระเป๋าของคุณสักหน่อยในการพกพาถุงผ้าไปไหนมาไหน หรือถ้าไม่ใช่คนที่มีกระเป๋าหรือเป้ติดตัว ก็เลือกหาแบบที่เป็นพวงกุญแจก็ได้ (คิดว่าที่ไทยร้าน Loft น่าจะมีเข้าไปแล้วนะ) ช่วยกันลดขยะให้โลกใบนี้ ร่วมด้วยช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้โลกนี้เป็นโลกที่สวยงาม มีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจ มีธรรมชาติงดงามให้ชื่นชมกันนะเจ้าคะ

:wink:

ป.ล. สำหรับคุณผู้ชายทั้งหลาย นอกจากจะพกถุงผ้าสำหรับชอปปิ้งแล้ว ควรจะต้องพกถุงที่ทำจากยางด้วยนะเจ้าคะ :lol: